จากคำกล่าวที่ว่า...มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ แต่ก็มีอุปสรรคอยู่ตรงที่เด็กไทยมักไม่ค่อยทานผัก จึงขอหยิบยกผักไทยๆที่เราบริโภคกันมาตั้งแต่เด็กอย่าง “กะเพรา โหระพา และแมงลัก” มาให้ทดลองปลูกกันยามว่าง ซึ่งทั้งสามชนิดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ “Labiatae” นอกจากจะมีแร่ธาตุและวิตามินแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคแฝงเร้นไปอีกด้วย        “กะเพรา โหระพา และแมงลัก” ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่มองเพียงผิวเผินๆ ผ่านตาชะแวบๆ อาจแยกแยะไม่ออกทั้ง 3 ต้นมีลักษณะต่างกันเช่นไร จนอาจบ่นออกมาว่า “ไอ้ต้นไม้ต้นนี้มันชื่ออะไรกันแน่ว่ะเนี่ย... “

 

ผักชนิดแรกที่มีชื่อ “กะเพรา” ทางภาคเหนือเรียกกันว่า “กอมก้อ” เป็นพืชที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยดีกับ “ผัดกระเพรา” เมนูอาหารจานเดียวสุดฮิตของคนไทย เนื่องจากส่วนของ “ใบ” มีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวและช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม โดยคนไทยนิยมนำมาเป็นเครื่องเทศในการประกอบอาหาร ส่วนของใบมี “น้ำมันหอมระเหย” อยู่ประมาณ 0.35% มีฤทธิ์ขับลม ลดการบีบตัวของลำไส้ และมีสาร Euternol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด

“กะเพรา” มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ กะเพราขาว กะเพราแดง และกะเพราลูกผสมระหว่างแดงกับขาว ลักษณะทางกายภาพของ “กะเพรา” ที่มองเห็นด้วยสายตา คือ มีต้นสูงประมาณ 0.8 - 1.5 เมตร ใบเป็นรูปไข่กลมออกตรงข้ามกัน มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นหอมฉุน ใบและกิ่งก้านมีสีเขียว ส่วน ”กะเพราแดง” ใบและกิ่งก้านสีเขียวแกมม่วงแดง ลำต้นและใบมีขนปกคลุม ออกดอกเป็นช่อ มีดอกติดรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ กลีบดอกสีขาวและสีชมพูอมม่วงมีใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้งภายในมีผลย่อย 4 ผล โดยทุกส่วนของต้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

“กะเพรา” เป็นพืชล้มลุกมีอายุเฉลี่ย 1-2 ปี ปลูกโดยใช้เมล็ดหรือปักชำ เมล็ดใช้เวลางอกประมาณ 15-20 วัน สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 30-35 วัน ซึ่งในการปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บใบได้ทุกๆ 15-20 วัน เป็นระยะเวลา 7-8 เดือน หลังจากนั้นผลผลิตจะลดลง กิ่งก้านแข็ง แตกยอดน้อย ดังนั้นทางที่ดีควรจะรื้อปลูกใหม่เลยดีกว่า หากใช้ “กิ่งปักชำ” จะมีข้อดี คือ ทำให้ได้ผลผลิตเร็ว แต่มีข้อเสียอยู่ที่ กิ่งและยอดที่แตกออกมาใหม่มักไม่สวยเท่าที่ควร ลำต้นโทรมและตายเร็ว กะเพราสามารถขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด แต่จะชอบดินร่วนซุยและระบายน้ำดี

 

ส่วน“โหระพา” เป็นผักที่ช่วยทำให้อาหารมีรสชาติและกลิ่นหอมเช่นเดียวกับกะเพรา นอกจากนี้ ยังมีคุณค่าทางยาช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เมล็ดเมื่อแช่น้ำจะพองตัวใช้รับประทานแก้บิด และช่วยหล่อลื่นลำไส้

ลักษณะโดยทั่วไปของ “โหระพา” ก็คือ มีความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก้านใบและลำต้นมีสีม่วงแดง ใบมีสีเขียวเป็นรูปหอกและมีกลิ่นหอม ออกเป็นคู่ตรงกันข้าม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ ออกดอกเป็นชั้นคล้ายฉัตร ดอกมีสีขาว ,ม่วงหรือชมพู กลีบเลี้ยงสีเขียวแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีแถบสีม่วงแดงคาดตามยาว ปากบนขนาดใหญ่กว่า ปลายแยกเป็น 4 กลีบ มีใบประดับสีเขียวแกมม่วง ผลขนาดเล็ก มี 4 พู

“โหระพา” ปลูกโดยใช้เมล็ดและปักชำ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิดที่มีความชื้นสม่ำเสมอ ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังจากปลูกประมาณ 30-35 วัน โดย ตัดต้นหรือกิ่งห่างจากยอดลงมาประมาณ 10-15 ซม. โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกๆ 15-20 วัน เรื่อยไปจนถึงอายุ 7-8 เดือน

ปัจจุบันทราบว่ามีบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ได้พัฒนาสายพันธุ์โหระพาขึ้นมาใหม่ โดยมีชื่อว่า “พันธุ์โหระพา จัมโบ้” (4320) ซึ่งมีลักษณะใบใหญ่ ใบสีเขียวสดใส มีกลิ่นหอม โตเร็ว ต้นแข็งแรง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด และปลูกได้ตลอดปี

มาถึงผักชนิดสุดท้าย ก็คือ “แมงลัก” ทางภาคเหนือเรียกว่า “ก้อมก้อขาว” ส่วนที่จ.เลย เรียกว่า “ผักอีตู่” โดย “แมงลัก” มีความสูงประมาณ 30-80 ซม. ใบเป็นรูปรี ออกตรงข้ามกัน ปลายและโคนแหลม มีกลิ่นหอม ขอบใบเรียวหรือหยักมนๆ ดอกมีสีขาว ผลเป็นผลชนิดแห้ง รูปรีขนาดเล็ก ขยายพันธุ์โดยใช้วิธีการเดียวกับกะเพราและโหระพา

เมล็ด “แมงลัก” มีความพิเศษตรงที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตหลายชนิด และสารประกอบอื่น ๆ อาทิ Camphene, myrcene oil, D-Glucose โดยเปลือกผลของแมงลักมี “สารเมือก (mucilage)” ซึ่งสามารถพองตัวในน้ำได้ ส่วนใบของ “แมงลัก” มีน้ำมันหอมระเหย จำพวก การบูร, เบอร์นีอัล, ซีนีออล และยูจีนอล

นอกจากนี้ “แมงลัก” ยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาอีก โดยนำใช้เป็นยาระบาย ขับลม ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้รักษากลากน้ำนมที่หน้าเด็ก ที่สำคัญ “แมงลัก” ยังช่วยสาวๆ ที่อยาก “ลดความอ้วน” ใช้เป็นอาหาร โดยอาจรับประทานก่อนอาหารหรือใช้ทดแทนอาหารบางมื้อไปเลย

หวังว่า....วันว่างวันนี้นอกจากท่านจะได้ใช้เวลาปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้วยังสามารถตอบคำถามในใจที่สงสัยกันมานานอย่างชัดเจนว่า “กะเพรา–โหระพา-แมงลัก”ต่างกันอย่างไร


Team members

Sample image

Jutatip Mahaesuan

Webmaster
Sample image

Komsant Janthasema

Webmaster
Sample image

Napart Nitirayut

Webmaster

Find Us On Facebook

 

Login Form

 

 
อัตราค่าบริการ
 

ศูนย์รับเรืองร้องเรียน

Sample image

ศูนย์บริหารจัดการ เรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงสาธารณสุข

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

gishealth

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทรัพยากรสุขภาพ.

ตรวจสอบสิทธิ การรักษา

ตรวจสอบสิทธิภาคประชาชน

ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล

ข้อมูลสถิติ สาธารณสุข

Sample image

ระบบ Dashboard หน่วยบริการ